เกี่ยวกับเรา | บริการของเรา | ลงโฆษณา | พันธมิตรกับเรา | สะสมแต้ม | ออกแบบเว็บไซต์
 
 
A1
 
B21   B22
 
หน้าแรก > เสน่ห์แห่งสังขละ เมืองบาดาล กลางสายน้ำ  
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2547 15:00 น. 
โดย...ตาวัน
 

 สังขละบุรีในมิติการรับรู้ทั่วไปคือ เป็นดินแดนชายขอบแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี และมีเรื่องราวมากมายเล่าขานเป็นตำนานผ่านคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่ง
       
       และที่เป็นแม่เหล็กเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวคือ ผืนน้ำกว้างสุดตาของทะเลสาบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนเขาแหลม รวมทั้งวัดวังก์วิการาม และชุมชนมอญที่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวหาโอกาสไปพักผ่อน ณ ดินแดนแห่งนี้มากในช่วงปลายฝนต้นหนาว
       
       แต่ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของดินแดนแห่งนี้คือ ตำนานแห่งวังวังก์วิเวการราม ที่จมอยู่ในผืนน้ำ ซึ่งมีแค่ช่วงมีนาคม-เมษายนเท่านั้น จึงจะเห็นเมืองบาดาลดังกล่าว เพราะเป็นช่วงที่น้ำในเขื่อนลดลงต่ำสุด

"เมืองบาดาลในอดีตเป็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะหรือพระครูอุดมสังวรเถระ ที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีให้ความนับถือเป็นอย่างมาก
       
       "ปัจจุบัน วัดถูกน้ำเข้าท่วมในช่วงที่สร้างเขื่อน ทำให้จมอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยในช่วงน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่า นั้น"
       
       นั่นคือข้อมูลคร่าวๆ ที่เรารู้จากเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวฯ ในการทำความรู้จักกับเมืองบาดาลแห่งนี้
       แม้จะเป็นข้อความสั้นๆ ไม่กี่ประโยค แต่ก็กระตุ้นความน่าสนใจ กระทั่งทำให้เราตัดสินใจเดินทางมาที่ดินแดนชายขอบแห่งนี้....

   และเพื่อให้สัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ คายัคสีสันสะดุดตา 5 ลำ ลอยลำเหนือลำน้ำทะเลสาบกลางวันแดดใส จึงเป็นพาหนะที่เราใช้เพื่อการชมวัดที่อยู่ใต้ผืนน้ำดังกล่าว
       
       โดยภารกิจในวันนั้นคือ สำรวจอดีตและความยิ่งใหญ่ของชุมชนชาวมอญและวัดวังก์วิเวการามที่บัดนี้ จมอยู่ใต้ผืนน้ำเบื้องล่างแห่งเขื่อนเขาแหลม
       
       กว่าครึ่งชั่วโมงจากเรือนไม้ชายน้ำอันเป็นที่พัก เราพายเรือไปถึงโบสถ์เก่าของวัดวังก์ฯ เป็นจุดแรก...
       
       30 ปีที่ผ่านมา วัดวังก์ฯ เคยอยู่บนพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของอำเภอแห่ง นี้ ซึ่งสามารถปลูกข้าวเลี้ยงอำเภอทองผาภูมิทั้งอำเภอ ก่อนจะถูกสายน้ำท่วมขังเพราะสร้างเขื่อนตามกระแสการพัฒนาประเทศโดยมองข้าม มิติทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน

 ทันทีที่เรามาถึง ...ยอดโบสถ์เก่าที่โผล่พ้นน้ำในช่วงหน้าน้ำซึ่งเป็นภาพที่นักท่องเที่ยวส่วน ใหญ่จะเห็นเจนตานั้น ถูกแทนที่ด้วยโบสถ์เก่าทั้งหลังที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเราขณะนี้
       
       แม้กาลเวลาจะผ่านมาแล้ว 3 ทศวรรษ แต่ร่องรอยความยิ่งใหญ่ และพลังศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อศูนย์กลางชุมชมอย่างวัดวังก์ฯ แห่งนี้ ก็ยังมีปรากฏให้เห็น
       
       น่าเสียดายที่ ข้อมูลที่มีจากการท่องเที่ยวฯ ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่า วัดเดิมจมน้ำ และต้องย้ายขึ้นไปทางฝั่งตะวันตกบนเนินเขา ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบได้ ซึ่งบริเวณที่แม่น้ำสามสาย คือห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่ และห้วยรันตีมาบรรจบกัน แล้วไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย ตรงที่เรียกว่า "สามประสบ"

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น และไม่มีข้อมูลมากนัก แต่เราก็เชื่อว่า ภายใต้ผืนน้ำและดินแดนแห่งนี้ มีความยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน อาทิ เป็นถิ่นฐานของชนชาติมอญ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยผืนแผ่นดินไทยในการดำรงชีวิต
       
       รวมทั้งในอดีต ก็เคยเป็นเส้นทางเดินทัพตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือที่เรียกว่า สามสบท่าดินแดง
       
       เพราะฉะนั้น ตั้งแต่สังขละถึงไทรโยค ริมแม่น้ำแควน้อยจึงเชื่อว่า นอกจากเมืองบาดาลที่จมภายใต้เขื่อนแล้ว ยังมีเจดีย์ต่างๆ สมัยอยุธยาอีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ตามเส้นทาง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมต่างๆ ต้องจมไปกับกระแสการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น และไม่มีข้อมูลมากนัก แต่เราก็เชื่อว่า ภายใต้ผืนน้ำและดินแดนแห่งนี้ มีความยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน อาทิ เป็นถิ่นฐานของชนชาติมอญ ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยผืนแผ่นดินไทยในการดำรงชีวิต
       
       รวมทั้งในอดีต ก็เคยเป็นเส้นทางเดินทัพตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือที่เรียกว่า สามสบท่าดินแดง
       
       เพราะฉะนั้น ตั้งแต่สังขละถึงไทรโยค ริมแม่น้ำแควน้อยจึงเชื่อว่า นอกจากเมืองบาดาลที่จมภายใต้เขื่อนแล้ว ยังมีเจดีย์ต่างๆ สมัยอยุธยาอีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ตามเส้นทาง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมากที่วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมต่างๆ ต้องจมไปกับกระแสการพัฒนาประเทศ
       

การเดินทาง
       
       จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ- สังขละบุรี แล้วเช่าเรือหางยาวท่องเที่ยวในทะเลสาบรวมทั้งไปเยี่ยมชมเมืองบาดาลได้
       
       สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.ภาคกลาง เขต1 โทร. 0-3451-1200, 0-3451-2500
 

ที่มาของภาพ และข้อมูล : www.manager.co.th

Bookmark and Share
:: เมนู
ข้อมูลทั่วไป
การเดินทาง
โปรโมชั่นกาญจนบุรี
ข่าวท่องเที่ยวกาญจนบุรี
ปฏิทินท่องเที่ยว
สัมผัสธรรมชาติ ประวัติศาสตร์
สถานที่ท่องเที่ยว
กิจกรรมท่องเที่ยว
เส้นทางท่องเที่ยว
บันทึกความทรงจำ
รีวิวที่พัก แพ รีสอร์ท
รีวิวที่กิน ร้านอาหาร
ร้านอาหารแบ่งตามที่ตั้ง
ห้องภาพ
เกี่ยวกับเรา
สำหรับสถานประกอบการ
  > โฆษณากับเรา
  > พันธมิตร(Partner)กับเรา
  > สะสมแต้ม ไพลินพลัส

:: สถานที่ท่องเที่ยว


 
:: โฆษณากับเรา คลิกที่นี่
 
A2
 
A3
 
แนะนำที่พัก (A8-A9-A10 Mini)
 
:: Banner tour
 
:: Banner home